<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธีระชัย&#039;เขียนจดหมายฟ้อง&#039;นายเข้ม เย็นยิ่ง&#039;รัฐบาลบิ๊กตู่จะออกพรก.ใช้แบงก์ชาติเป็นเครื่องมืออุ้มเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7 เม.ย.63- นายธีระชัย ภูวนาถยรานุบาล อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เขียน จดหมายถึงนายเข้ม เย็นยิ่ง ฉบับที่ 1 ลง วันที่ 6 เมษายน 2563 ระบุรายละเอียดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบเรียน นายเข้ม เย็นยิ่ง
กระผมไม่เคยจะคิดเขียนจดหมายถึงท่าน แต่ในวันนี้มีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระผมได้ศึกษาสารานุกรมวิกิพีเดียพบประวัติการประสานงานระหว่าง ธปท. กับรัฐบาลในช่วงการทำงานของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่ง ดร.ป๋วย ได้ยืนหยัดในหลักการที่ถูกต้องมาโดยตลอด ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เจ้าหน้าที่ของ ธปท. มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างกรณีหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2496 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ ดร.ป๋วย พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยไปรับราชการเป็นผู้เชี่ยวชาญการคลัง กระทรวงการคลัง เนื่องจากดร.ป๋วย ปฏิเสธการที่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต้องการซื้อ สหธนาคารกรุงเทพจำกัด แต่เนื่องจากธนาคารแห่งนั้น กระทำผิดระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทยและกำลังถูกปรับเป็นเงินหลายล้านบาท จอมพลสฤษดิ์ขอให้ ดร.ป๋วย ยกเลิกการปรับ แต่ ดร.ป๋วย ปฏิเสธ และยืนกรานให้คณะรัฐมนตรีปรับธนาคารแห่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุดคณะรัฐมนตรี ก็ปฏิบัติตามข้อเสนอของ ดร.ป๋วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกกรณีหนึ่ง ต่อมา พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็พยายามเสนอให้บริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งตนเองมีผลประโยชน์อยู่ด้วย เป็นผู้จัดพิมพ์ธนบัตรไทยแทน บริษัท โทมัส เดอลารู คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ดร.ป๋วยเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ป๋วย ตรวจพบว่าบริษัทดังกล่าวฝีมือไม่ดี ปลอมง่ายและมีชื่อเสียงในการวิ่งเต้น จึงไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอให้เป็นผู้จัดพิมพ์ธนบัตร จึงทำรายงานเสนอให้ใช้ บริษัทโทมัส เดอลารูตามเดิม แต่ถ้าหากจะตัดสินใจให้บริษัทอเมริกันเป็นผู้พิมพ์ธนบัตร ก็จะออกจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีก็มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของ ดร.ป๋วย เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ เป็นอย่างมาก ผู้มีอำนาจในประเทศขณะนั้น ต่างไม่พอใจ ดร.ป๋วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อความปลอดภัย พระบริภัณฑ์ยุทธกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงได้ให้ ดร.ป๋วย ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจการคลัง ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยในอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2499 และยังได้เป็นผู้แทนไทย ประจำคณะมนตรีดีบุกระหว่างประเทศ มีผลทำให้ ไทยสามารถขายแร่ดีบุก เป็นสินค้าออกสำคัญของประเทศได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ดร.ป๋วย ได้ท้าทายบุคคลในรัฐบาลในการกล่าวสุนทรพจน์ของสมาคมธนาคารไทยเพื่อเตือนสติผู้มีอำนาจ มีใจความว่า จอมพล ถนอม นายกรัฐมนตรีผู้มีคำขวัญประจำใจว่า &amp;quot;จงทำดี จงทำดี จงทำดี&amp;quot; มีนโยบายไม่เห็นด้วยที่รัฐมนตรีจะไปยุ่งเกี่ยว กับ &amp;quot;การค้า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทำไมจึงมีรัฐมนตรีบางคนไปเป็นกรรมการในธนาคารต่างๆ หรือเป็นเพราะว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ใช่&amp;quot;การค้า&amp;quot; ชนิดหนึ่ง สุนทรพจน์นี้เป็นที่กล่าวขานกันทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคสมัยรัฐบาลทหาร ดร.ป๋วย เป็นข้าราชการผู้ใหญ่คนเดียวที่กล้าวิจารณ์ นักการเมือง รัฐมนตรี และนายทหารชั้นสูง ที่มักเข้าไปดำรงตำแหน่งประธานหรือกรรมการธนาคารต่างๆ เพื่อหาประโยชน์ใส่ตัวเมื่อจอมพลถนอมทราบความ ก็ยินยอมลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคารพาณิชย์ แต่ไม่มีรัฐมนตรีคนใดลาออกตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระผมขอกราบเรียน ได้ข่าวว่าในวันพรุ่งนี้ รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติออกพระราชกำหนด เพื่อให้ ธปท. ทำการซื้อตราสารหนี้เอกชนที่ครบกำหนดออกใหม่ ซึ่งกระผมมีความเห็นว่าจะเป็นกฎหมายที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และอาจจะเข้าข่ายเป็นการใช้ ธปท. เป็นเครื่องมือในการผลักภาระขาดทุนของบริษัทเอกชนไปให้เป็นภาระแก่ประเทศชาติ อันจะทำให้ ธปท. ดำเนินการในสิ่งที่นอกเหนือการดำเนินนโยบายการเงินและวัตถุประสงค์ของ ธปท. ตามของเขตของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กระผมจึงขอกราบเรียนให้ท่านกรุณาทราบเบื้องต้นไว้ก่อน เพื่อจะเป็นข้อคิดให้แก่เจ้าหน้าที่ ธปท. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความนับถืออย่างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระชัย ภูวนาถยรานุบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายเข้ม เย็นยิ่ง คือชื่อรหัสของดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ &amp;nbsp;อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ใช้ปฏิบัติงานในขบวนการเสรีไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62334</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ป๋วย  อึ๊งภากรณ์, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, นายเข้ม เย็นยิ่ง, อดีตรม.คลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c907baf98cd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบสานแนวคิด “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของ ‘ดร.ป๋วย  อึ๊งภากรณ์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8 กองทุนสวัสดิการชุมชนรับรางวัล &amp;ldquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวคิด &amp;ldquo;คุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ปฏิทินแห่งความหวัง&amp;nbsp; จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rdquo; หรือเรียกสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rdquo; เป็นบทความภาษาอังกฤษขนาด 2 หน้า &amp;nbsp;ที่ ดร.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; ได้นำเสนอบทความชิ้นนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนตุลาคม&amp;nbsp; 2516&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงได้มีการแปลและเผยแพร่บทความนี้ออกไปอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp; เนื้อหากล่าวถึงความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่ควรจะได้รับบริการสวัสดิการจากรัฐ &amp;nbsp;ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rdquo; ไม่เพียงแต่เป็นข้อคิดด้านสวัสดิการสังคมที่ก้าวหน้าในห้วงเวลา 40&amp;nbsp; ปีก่อนเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อมาได้สืบสานปณิธานที่ ดร.ป๋วยได้วางไว้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย&amp;nbsp; ดังที่ &amp;lsquo;นพ.สงวน&amp;nbsp; นิตยารัมภ์พงศ์&amp;rsquo; (เสียชีวิตปี 2551) อดีตเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้ผลักดันโครงการ &amp;ldquo;หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า&amp;rdquo; หรือที่รู้จักกันในชื่อ &amp;ldquo;30 บาทรักษาทุกโรค&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่ส่งผลให้คนยากคนจนทั่วประเทศได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์มาจนถึงทุกวันนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.สงวนเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:6.65pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนหนึ่งที่ได้แรงบันดาลใจจาก อ.ป๋วย ก็คือเรื่องที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพตั้งแต่จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน &amp;nbsp;&amp;nbsp;สิ่งที่ผมตั้งใจจะทำคือ&amp;nbsp; ทำอย่างไรให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพอย่างครบถ้วน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:6.65pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบสานแนวคิด ดร.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ป๋วยเกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม&amp;nbsp; 2459&amp;nbsp; เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (พ.ศ.2502-2514) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2518-2519)&amp;nbsp; ท่านได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์&amp;nbsp; สมถะ&amp;nbsp; มีผลงานด้านการบริหารที่โดดเด่นหลายด้าน&amp;nbsp; ทั้งด้านการเงิน&amp;nbsp; การคลัง&amp;nbsp; งานวิชาการ&amp;nbsp; ได้รับรางวัลแมกไซไซสาขาบริการสาธารณะในปี 2508&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ดร.ป๋วยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบท&amp;nbsp; โดยก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในปี 2510 &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อทำงานพัฒนาชนบท&amp;nbsp; ถือเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนหรือ &amp;lsquo;NGO&amp;rsquo; แห่งแรกของประเทศไทย&amp;nbsp; สนับสนุนงานพัฒนาชนบทแบบผสมผสาน&amp;nbsp; โดยมีชาวบ้านเป็นแกนหลัก&amp;nbsp; พัฒนาด้านอาชีพ&amp;nbsp; การศึกษา&amp;nbsp; สุขภาพอนามัย&amp;nbsp; และการจัดการตนเอง&amp;nbsp; เป็นการพัฒนาแบบองค์รวม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มโครงการแห่งแรกที่จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ป๋วยได้ริเริ่มโครงการบัณทิตอาสาสมัครในปี 2512&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเปิดรับนักศึกษาที่จบปริญญาตรีให้มาเรียนรู้และออกไปทำงานพัฒนาชนบทเป็นเวลา 1 ปี&amp;nbsp; (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;lsquo;วิทยาลัยพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;rsquo;) ในเดือนตุลาคมปี 2519&amp;nbsp; เมื่อเกิดเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาและประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; ดร.ป๋วยได้เดินทางไปพำนักที่ประเทศอังกฤษ&amp;nbsp; และเสียชีวิตในปี&amp;nbsp; 2542&amp;nbsp; รวมอายุได้&amp;nbsp; 83 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; แม้ว่า ดร.ป๋วยจะเสียชีวิตไปแล้ว&amp;nbsp; แต่แนวคิดเรื่องสวัสดิการสังคมและการพัฒนาชนบทแบบผสมผสานที่ยึดชาวบ้านเป็นหลักที่ท่านได้ริเริ่มเอาไว้เมื่อราว 40 ปีก่อนยังคงอยู่และแพร่ขยายกลายเป็นแนวคิดหลักในการพัฒนาชุมชนทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องการจัดสวัสดิการช่วยเหลือเกื้อกูลของคนในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในรูปแบบของการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; เพื่อให้สมาชิกนำเงินมาฝาก&amp;nbsp; เมื่อเดือดร้อนจำเป็นก็สามารถกู้ยืมเงินจากกลุ่มไปใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพ &amp;nbsp;เป็นค่าเล่าเรียนของลูกหลาน&amp;nbsp; หรือเป็นค่ารักษาพยาบาล&amp;nbsp; โดยเสียดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลกำไรจากดอกเบี้ยก็จะนำมาปันผลให้สมาชิก&amp;nbsp; หรือบางกลุ่มก็จะนำมาช่วยสวัสดิการสมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ช่วยเหลือยามเจ็บป่วย&amp;nbsp; ให้ทุนการศึกษาเด็ก&amp;nbsp; ช่วยคนพิการ&amp;nbsp; คนยากไร้ในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มต่างๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp; กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์&amp;nbsp; ธนาคารหมู่บ้าน&amp;nbsp; เครดิตยูเนี่ยน&amp;nbsp; สถาบันการเงินชุมชน&amp;nbsp; กองทุนหมู่บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกลุ่มการเงินต่างๆ&amp;nbsp; ที่จัดสวัสดิการช่วยเหลือกันเองของคนในชุมชนที่ไม่มีสวัสดิการรองรับเหมือนกับข้าราชการหรือพนักงานบริษัทเอกชน&amp;nbsp; ในช่วงปี 2548&amp;nbsp; จึงเริ่มมีการจัดตั้ง &amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;rsquo; ขึ้นอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล/เทศบาล&amp;nbsp; นำร่องในพื้นที่ 99 ตำบลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการสำคัญของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;ให้อย่างมีคุณค่า&amp;nbsp; รับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยให้สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือเดือนละ 30 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท (ตามความสะดวกและเหมาะสม)&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนตามระเบียบที่กำหนดเอาไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ช่วยเหลือในยามคลอดบุตร (500-1,000 บาท) เจ็บป่วย (100 บาท /ปีหนึ่งไม่เกิน 10 คืน) เสียชีวิต (3,000-10,000 บาท)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมถึงสวัสดิการที่ไม่ใช่เงิน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ส่งเสริมสุขภาพอนามัย&amp;nbsp; ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp; ภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp; การจัดอบรมให้ความรู้ต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้สมาชิกกองทุนมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัล &amp;ldquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rdquo; ตามแนวคิด ดร.ป๋วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่กลุ่มและองค์กรชุมชนได้ลุกขึ้นมาจัดสวัสดิการช่วยเหลือกันเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นทิศทางสำคัญของสังคมไทยที่จะทำให้ประชาชนมีชีวิตที่มั่นคง&amp;nbsp; มีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมกับเจตนารมณ์ของ ดร.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; ดังนั้นองค์กรและสถาบันที่ทำงานเพื่อสังคมจำนวน 8 องค์กร&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; สถาบันป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp; เครือข่ายสวัสดิการชุมชน,&amp;nbsp; คณะอนุกรรมการส่งเสริมองค์กรสวัสดิการชุมชนฯ&amp;nbsp; ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มูลนิธิมั่นพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวิทยาลัยพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้ร่วมกันจัดประกวดรางวัล&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ระดับชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี 2559&amp;nbsp; (เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล ดร.ป๋วย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.จิตติ&amp;nbsp; มงคลชัยอรัญญา&amp;nbsp; คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดประกวดรางวัล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rdquo; จะจัดขึ้นทุกปี&amp;nbsp; โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp; 1.เพื่อยกย่อง&amp;nbsp; เชิดชู&amp;nbsp; องค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการงานช่วยเหลือ&amp;nbsp; ดูแลคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างโดดเด่นในด้านต่างๆ&amp;nbsp; 2.เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp; ภาค&amp;nbsp; และประเทศ&amp;nbsp; และขยายผลกองทุนฯ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาล&amp;nbsp; ภาคเอกชน&amp;nbsp; และสังคม&amp;nbsp; ตระหนักถึงคุณค่าของแนวคิดเรื่อง &amp;ldquo;คุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ปฏิทินแห่งความหวัง&amp;nbsp; จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rdquo;&amp;nbsp; และนำไปสู่การพัฒนาระบบปฏิบัติการด้านสวัสดิการให้ประชาชนเข้าถึงและเหมาะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยจะมีการพิจารณามอบรางวัลทั้งหมด 10 ด้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเกณฑ์การพิจารณาผลงาน&amp;nbsp; ดังนี้ 1. ปริมาณและคุณภาพของการจัดสวัสดิการของแต่ละองค์กร/กองทุน&amp;nbsp; 2. พิจารณาถึงความคุ้มค่า (ประสิทธิภาพ ประหยัด ขนาด/ปริมาณการให้ความช่วยเหลือ การขยายผลในวงกว้าง) &amp;nbsp;3. พิจารณาเรื่องความยั่งยืนสม่ำเสมอของสวัสดิการที่จัด (การมีส่วนร่วม การเชื่อมโยง การบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ การเชื่อมโยงทุนภายใน/ภายนอก)&amp;nbsp; 4. พิจารณาด้านความคิดสร้างสรรค์ใหม่ หรือมีนวัตกรรมในการจัดการความช่วยเหลือ&amp;nbsp; 5. พิจารณาระดับความสามารถขององค์กร/กองทุนฯในการแก้ไขปัญหาของชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 กองทุนได้รับรางวัลปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การประกวดรางวัลผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ฯ ปี 2563 &amp;nbsp;จัดขึ้นเป็นปีที่ 5&amp;nbsp; โดยมีกองทุนสวัสดิการที่ผ่านการกลั่นกรองระดับภาคจำนวน 36 กองทุนทั่วประเทศ และในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ได้มีการพิจารณารางวัลจากคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ฯ &amp;nbsp;ศูนย์คุณธรรม &amp;nbsp;ผู้แทนกองทุนที่เคยได้รับรางวัล&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; โดยมีผลการพิจารณาดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;1. ด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น (ทุกช่วงวัยและเพศสภาพ) การดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตและคุณค่าในสังคม ได้แก่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; 2. ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษาดูแล ป้องกัน สุขภาวะในชุมชน ไม่มีกองทุนที่ได้รับรางวัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;3. ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนและการศึกษา เพื่อการเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ ได้แก่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางหลวง&amp;nbsp; อ.บางเลน&amp;nbsp; จ.นครปฐม&amp;nbsp; 4. ด้านการพัฒนาการประกอบอาชีพ พัฒนาระบบเศรษฐกิจของครัวเรือนและชุมชน และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ได้แก่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดงดินแดง&amp;nbsp; อ.หนองม่วง&amp;nbsp; จ.ลพบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;5.ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ การจัดการและฟื้นฟูภัยพิบัติ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนสัจจะวันละ 1 บาท&amp;nbsp; เทศบาลตำบลที่วัง&amp;nbsp; อ.ทุ่งสง&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช 6. ด้านการจัดการที่ดิน/จัดสรรที่ดินทำกิน เพียงพอต่อการดำรงชีพ&amp;nbsp; การจัดการที่อยู่อาศัย ไม่มีกองทุนที่ได้รับรางวัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;7. ด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp; ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองบุญคุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง&amp;nbsp; อ.จอมพระ&amp;nbsp; จ.สุรินทร์&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.ด้านการบริหารจัดการกองทุนที่ดีและมีธรรมาภิบาล &amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp; กองทุนคุณธรรมสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแก&amp;nbsp; อ.ท่าตูม&amp;nbsp; จ.สุรินทร์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;9.ด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม หลายมิติ สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแห่งเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; และ 10. ด้านการฟื้นฟูระบบคุณค่าทางวัฒนธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกลุ่มและภาคี นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่นและสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้แก่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลหนองขาว&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.ท่าม่วง&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้จะมีพิธีมอบรางวัลให้แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนดีเด่นในวันที่ 9 มีนาคม 2563 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิด ดร.ป๋วยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; บางขุนพรหม&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายปาลิน&amp;nbsp; ธำรงรัตนศิลป์&amp;nbsp; คณะทำงานติดตามและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกัน 5,911,137 คน&amp;nbsp; จำนวนหมู่บ้านที่ร่วมจัดตั้งกองทุน 52,784 หมู่บ้าน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด-ตาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 2,024,788&amp;nbsp; คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมเป็นเงินกว่า 2,100 ล้านบาท !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศยังได้ร่วมกันผลักดัน &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พ.ศ......&amp;rsquo; เพื่อนำไปเสนอเป็นกฎหมาย&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคุณภาพ &amp;nbsp;และมีกฎหมายรองรับให้เป็นระบบหนึ่งของสวัสดิการสังคมของประเทศต่อไป !!&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปาลินกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 กองทุนสวัสดิการชุมชนรับรางวัล &amp;ldquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ระยอง : รางวัลด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น (ทุกช่วงวัยและเพศสภาพ) การดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตและคุณค่าในสังคม&amp;nbsp; &amp;lsquo;สร้างสัมพันธ์คนทุกวัย&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp; เริ่มมาจากชมรมผู้สูงอายุ (ก่อตั้งในปี 2551) มีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมการออกกำลังกาย&amp;nbsp; ดูแลสุขภาพ&amp;nbsp; ด้านวัฒนธรรม&amp;nbsp; ประเพณี&amp;nbsp; กองทุนฌาปนกิจ ฯลฯ ในปี 2553&amp;nbsp; รวบรวมสมาชิกชมรมผู้สูงอายุมาก่อตั้งเป็น &amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลทับมา&amp;rsquo; &amp;nbsp;มีสมาชิกเริ่มต้น&amp;nbsp; 274 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนเป็นรายปี&amp;nbsp; คนละ 365 บาท&amp;nbsp; (ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ไม่ต้องสมทบเงิน) ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน&amp;nbsp; 1,337 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนประมาณ 2.4 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่างๆ เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตรให้เงินช่วยเหลือ 500 บาท&amp;nbsp; เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล&amp;nbsp; ช่วยเหลือคืนละ 200 บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน 10 คืน&amp;nbsp; เสียชีวิต ช่วยเหลือ 2,500-15,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; (เป็นสมาชิก 6 เดือน - 4 ปีขึ้นไป) ช่วยทุนการศึกษา&amp;nbsp; นำสิ่งของ&amp;nbsp; เครื่องอุปโภคบริโภคเยี่ยมผู้ป่วย&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชวัลกร&amp;nbsp; เฉียบแหลม&amp;nbsp; ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สิ่งที่ทำให้กองทุนฯ ได้รับรางวัลด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น&amp;nbsp; มีคุณภาพชีวิตและมีคุณค่าในสังคม&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; กองทุนมีกิจกรรมที่หลากหลาย&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; และผู้สูงอายุ&amp;nbsp; โดยให้ทั้ง 3 กลุ่มมาทำกิจกรรมร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างวัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุสอนให้เยาวชนตีกลองยาว&amp;nbsp; และจัดตั้งคณะกลองยาวขึ้นมา&amp;nbsp; (ได้รับรางวัลการประกวดกลองยาวในวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดระยองปี 2562) จัดกิจกรรมปั่นจักรยานวันอาทิตย์&amp;nbsp; ให้เด็ก&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; และผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; และผู้พิการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พาเด็กไปเยี่ยม&amp;nbsp; นำสิ่งของไปให้&amp;nbsp; หรือให้เด็กไปช่วยซ่อมแซมบ้านผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ไปช่วยผสมปูน&amp;nbsp; ทาสีบ้าน&amp;nbsp; ช่วยแบกหาม&amp;nbsp; จัดกิจกรรมอบรมสร้างความสัมพันธ์&amp;nbsp; การไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน&amp;nbsp; สร้างความรัก&amp;nbsp; ความอบอุ่นในครอบครัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกองทุนฯ&amp;nbsp; ยกตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยก็มีหลากหลาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีโรงเรียนผู้สูงอายุ&amp;nbsp; มีนักเรียน 180 คน&amp;nbsp; ส่งเสริมภูมิปัญญาพื้นบ้าน&amp;nbsp; มีอาหารพื้นบ้าน&amp;nbsp; แกงบอน&amp;nbsp; ขนมจีนน้ำพริก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีหมอพื้นบ้าน&amp;nbsp; หมอนวด&amp;nbsp; มีคณะลำตัด&amp;nbsp; คณะกลองยาว&amp;nbsp; การแข่งขันหมากรุกไทย&amp;nbsp; อนุรักษ์ช่างฝีมือพื้นบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การทำคันกระสุนดิน (คล้ายธนู)&amp;nbsp; ใช้ไล่นก&amp;nbsp; หนู&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โรงเรียน&amp;nbsp; วัด&amp;nbsp; โดยเฉพาะเทศบาลตำบลทับมา (ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการฯ ประมาณ 1.1 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลทับมาจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553 &amp;nbsp;จัดกิจกรรมและสวัสดิการเพื่อคนทุกช่วงวัย&amp;nbsp; เชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชน&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดความอบอุ่นในครอบครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างความรัก&amp;nbsp; ความสัมพันธ์&amp;nbsp; ทำให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp; มีความสุข&amp;nbsp; มีคุณค่าในสังคม ตั้งแต่แรกเกิด&amp;nbsp; จนถึงเยาวชน&amp;nbsp; คนหนุ่มสาว&amp;nbsp; วัยทำงาน&amp;nbsp; และผู้สูงวัย&amp;nbsp; จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาไปสู่สังคมสวัสดิการต่อไป&amp;rdquo; ประธานกองทุนฯ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางหลวง&amp;nbsp; อ.บางเลน&amp;nbsp; จ.นครปฐม : รางวัลด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนและการศึกษา เพื่อการเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ &amp;lsquo;หนุนเยาวชนสร้างรายได้จากอาชีพจับกุ้ง&amp;nbsp; มีรายได้ปีละเกือบ 4 ล้านบาท&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลบางหลวง&amp;nbsp; ถือเป็นอู่ข้าว&amp;nbsp; อู่น้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอบางเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะมีแม่น้ำท่าจีนและมีลำคลองหลายสายไหลผ่าน&amp;nbsp; สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม&amp;nbsp; จึงเหมาะแก่การทำเกษตรกรรม&amp;nbsp; แต่เดิมชาวบ้านที่นี่มีอาชีพทำนาเป็นหลัก&amp;nbsp; ราวปี&amp;nbsp; 2534 การเลี้ยงกุ้งกุลาดำทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ&amp;nbsp; จึงทำให้ชาวบางหลวงบางส่วนเปลี่ยนผืนนามาเป็นบ่อกุ้ง&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันนิยมเลี้ยงกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม &amp;nbsp;มีพื้นที่เพาะเลี้ยงประมาณ&amp;nbsp; 3,400 ไร่&amp;nbsp; และทำนาประมาณ 6,800 ไร่&amp;nbsp; ประชากรทั้งหมดประมาณ 7,350 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกษศิรินทร์&amp;nbsp; แสงวงษ์ทอง&amp;nbsp; ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางหลวง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ก่อตั้งในปี 2551 &amp;nbsp;โดยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; โดยให้สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนเป็นรายเดือน (ตามจำนวนวัน)&amp;nbsp; และนำเงินกองทุนมาจัดสวัสดิการให้สมาชิก&amp;nbsp; รวม 22 ด้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เยี่ยมก่อนคลอดบุตร&amp;nbsp; 300 บาท&amp;nbsp; รับขวัญเด็กเกิดใหม่ 300 บาท&amp;nbsp; ช่วยค่าพาหนะผู้พิการ&amp;nbsp; ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ไปรักษาพยาบาลครั้งละ 500 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผู้ยากไร้ไม่เกิน 10,000 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; บวชพระ 1,000 บาท&amp;nbsp; เสียชีวิตช่วย 1,000 &amp;ndash; 10,00 บาท&amp;nbsp; (เป็นสมาชิกตั้งแต่ 6 เดือน- 10 ปี)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 1,699 คน&amp;nbsp; (เป็นเด็กและเยาวชน 479&amp;nbsp; คน)&amp;nbsp; มีเงินกองทุนประมาณ 1.6 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนผลงานของกองทุนฯ ที่ทำให้เราได้รับรางวัลด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ ก็คือ&amp;nbsp; การส่งเสริมกิจกรรมเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; โดยเฉพาะการสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้แก่เด็กและเยาวชน&amp;nbsp; เพื่อให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp; ช่วยเหลือครอบครัว&amp;nbsp; ไม่ติดเกมส์ออนไลน์&amp;nbsp; หรือกลายเป็นเด็กแว้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกองทุนฯ บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากแนวคิดดังกล่าว&amp;nbsp; กองทุนฯ จึงจัดกิจกรรมต่างๆ ให้แก่เด็กและเยาวชนในตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันยาเสพติด&amp;nbsp; ท้องก่อนวัย&amp;nbsp; ส่งเสริมการออกกำลังกาย&amp;nbsp; ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; รักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ส่งเสริมด้านศีลธรรมและประเพณี&amp;nbsp; &amp;lsquo;มัคทายกน้อย&amp;rsquo; นำสวดมนต์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำเด็กและเยาวชนมาช่วยงานกองทุนสวัสดิการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บันทึกข้อมูลการจ่ายสวัสดิการ&amp;nbsp; รายรับ-รายจ่าย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่สำคัญ&amp;nbsp; คือเราไปคุยกับเจ้าของบ่อกุ้งทั้งในตำบลและต่างตำบล&amp;nbsp; เพื่อนำเด็กและเยาวชนไปช่วยจับกุ้งตอนเจ้าของบ่อจะจับกุ้งขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่จะจับช่วงเวลาเย็นถึงตอนกลางคืน&amp;nbsp; บ่อหนึ่งจะใช้เวลาจับประมาณ 2-3 ชั่วโมง&amp;nbsp; ทำให้เด็กมีรายได้ครั้งละ 200 บาท&amp;nbsp; ตอนนี้มีเด็กและเยาวชนไปรับจ้างจับกุ้งทั้งหมดประมาณ 50-60 คน&amp;nbsp; คนที่เรียนหนังสือจะใช้เวลาว่างหรือวันหยุดไปจับกุ้ง&amp;nbsp; ส่วนคนที่เรียน กศน.จะมีงานให้ทำเกือบทุกวัน&amp;nbsp; นอกจากนี้บางคนก็จะไปรับจ้างเก็บผักใส่ถุงเพื่อส่งขายตลาด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เก็บผักบุ้ง&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; ทำให้เด็กมีรายได้ตลอดทั้งปี&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกองทุนฯ ขยายรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59046</URL_LINK>
                <HASHTAG>จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน, ดร.ป๋วย  อึ๊งภากรณ์, สืบสานแนวคิด “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของ ‘ดร.ป๋วย  อึ๊งภากรณ์’, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e624eec3651c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
